ทุกโปรเจกต์มีบริบทและบรีฟที่ไม่เหมือนกัน เราเลยเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบข้าง ทางเข้าออก และคนที่จะเข้ามาใช้อาคาร ก่อนที่จะเริ่มกำหนดแปลนและรูปทรงของสถาปัตยกรรม
สิ่งที่ได้คืออาคารที่ลงตัวกับพื้นที่ และรองรับการใช้ชีวิตจริงๆ ของคนที่พักอาศัย ทำงาน หรือมาพบปะกันที่นั่น
เราออกแบบบ้านจากวิถีชีวิตจริงๆ ของครอบครัว ทิศทางแดดลม วิวที่มองออกไปเห็นสวน และความเป็นส่วนตัว ทั้งสามเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดตำแหน่งของช่องเปิดและการวางตัวบ้านลงบนที่ดิน
ชั้นล่างต้องดึงดูดให้คนที่เดินผ่านไปมาอยากเข้ามาข้างใน ส่วนชั้นบนก็ต้องการแสงธรรมชาติและวิวที่ดีในทุกๆ ชั้น เพราะอาคารไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สำหรับขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ยังเป็นหน้าตาของธุรกิจบนถนนเส้นนั้นด้วย
พื้นที่สาธารณะที่ดีจะทำให้คนอยากหยุดพักและใช้เวลา เราออกแบบร่มเงา จุดนั่งพัก และทางเดินที่เชื่อมถึงกัน เพื่อให้พื้นที่นี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของย่านนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
โรงงานคือสถานที่ทำงานที่คนต้องใช้เวลาอยู่ทั้งวัน เราจึงออกแบบทิศทางแสงสว่าง การระบายอากาศ และระยะการเดิน สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในนั้น ให้สำคัญพอๆ กับสายพานการผลิต
คนแต่ละคนใช้งานอาคารในเวลาและรูปแบบที่ต่างกัน เราเริ่มจากการตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้คน จากนั้นจึงดึงคำตอบมาพัฒนาเป็นแบบแปลน แสง ทางสัญจร และขนาดของห้อง
ใครคือคนใช้อาคาร ใช้ทำอะไร และใช้กี่ชั่วโมงต่อวัน คำตอบทั้งสามข้อนี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดห้อง ทางสัญจร และการเปิดปิดของแต่ละพื้นที่
คนที่มาควรหาทางเข้าจากถนนหรือสวนได้เองโดยไม่ต้องพึ่งป้ายบอกทาง เราจึงจัดวางทางเข้า โถง และบันไดให้มองเห็นและเข้าใจทิศทางได้ง่ายตั้งแต่แรก
แต่ละห้องต้องการแสงที่ไม่เหมือนกัน แสงนุ่มนวลสำหรับห้องนอน แสงสว่างชัดเจนสำหรับห้องทำงาน และแสงที่เน้นตัวสินค้าสำหรับพื้นที่ร้านค้า เราจึงวางแผนระบบไฟจากกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในแต่ละห้อง
เมื่อเวลาผ่านไป อาคารมักจะมีการเปลี่ยนผู้ใช้งานหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจ แปลนของเราจึงเว้นพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต โดยไม่ไปกระทบกับโครงสร้างหรือห้องหลัก
แบบแต่ละชุดจะพัฒนาต่อยอดจากชุดก่อนหน้า เริ่มตั้งแต่ข้อมูลไซต์งานไปจนถึงแบบก่อสร้าง เพื่อให้เจ้าของเห็นภาพบรีฟแรกที่ค่อยๆ กลายเป็นอาคารจริง
สโคปงานจะปรับตามโปรเจกต์ บางงานเริ่มจากที่ดินเปล่า ในขณะที่บางงานเริ่มจากการปรับปรุงอาคารเดิม
เราสำรวจขนาดที่ดิน ทิศทางแดดลม และทางเข้าออก เพื่อให้รู้ว่าควรวางตัวอาคารไว้ตรงไหน และทำพื้นที่ใช้สอยได้มากที่สุดเท่าไหร่
เราดึงบรีฟของเจ้าของมาเป็นทิศทางของอาคาร ทั้งตำแหน่ง รูปทรง สัดส่วน และพื้นที่หลัก เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดชัดเจนก่อนจะลงลึกถึงดีเทล

แบบสถาปัตยกรรมและภาพ 3D จะแสดงให้เห็นการจัดวางห้อง ช่องเปิด ทิศทางแสง และมุมมองสำคัญ เพื่อให้เจ้าของตัดสินใจจากภาพที่ทุกคนเห็นตรงกัน

โครงสร้าง ระบบไฟ ประปา และแอร์ จะถูกวางแผนไปพร้อมๆ กับช่วงพัฒนาแบบ เพราะเสา ช่องชาร์ป และฝ้าเพดาน ล้วนเป็นตัวกำหนดแปลนและสัดส่วนของห้อง

แบบยื่นขออนุญาตสำหรับงานก่อสร้างใหม่หรืองานดัดแปลง เราทำแบบตามฟอร์แมตที่หน่วยงานต้องใช้ตรวจ พร้อมข้อมูลพื้นที่และความสูงที่จำเป็นต้องใช้ในการยื่น

แบบก่อสร้างจะระบุระยะ วัสดุ และดีเทลงานระบบอย่างชัดเจนเพื่อนำไปประเมินราคา และในระหว่างการก่อสร้าง สถาปนิกจะคอยตอบคำถามและช่วยตรวจเช็คหน้างานว่าทำออกมาตรงตามแบบที่ตั้งใจไว้