งานออกแบบภายในไม่ใช่ชั้นผิวที่มาวางหลังอาคารเสร็จ แต่เริ่มจากวิธีที่ผู้คนเข้ามา นั่ง ทำงาน พบกัน รอ เคลื่อนที่ และกลับมาใช้อีกครั้ง แสง เฟอร์นิเจอร์ วัสดุ ที่เก็บของ ระบบประกอบ และรายละเอียด ล้วนมีผลต่อการใช้งานของพื้นที่
เราเริ่มจากเงื่อนไขใกล้ตัวเหล่านี้ แล้วพัฒนาไปสู่ผัง บรรยากาศ เฟอร์นิเจอร์ วัสดุ และชุดแบบ เพื่อให้งานออกแบบภายในถือความคิดเดียวกันตั้งแต่ความรู้สึกแรกจนถึงรายละเอียดใกล้มือ
งานตกแต่งภายในที่พักอาศัย (Residential Interior)
งานตกแต่งภายในพื้นที่ร้านค้า (Commercial Interior)
งานตกแต่งภายในร้านอาหารและคาเฟ่ (F&B Interior)
งานตกแต่งภายในออฟฟิศ (Office Interior)
งานตกแต่งภายในงานบริการและโรงแรม (Hospitality Interior)
แต่ละโครงการมีจังหวะการใช้งานของตัวเอง แต่วิธีทำงานต้องชัดเจน เข้าใจการใช้งานก่อน วางลำดับพื้นที่ สร้างบรรยากาศ แล้วค่อยคลี่รายละเอียดที่ทำให้พื้นที่ใช้งานได้จริง
เราเริ่มจากผู้ใช้ กิจวัตร ลำดับบริการ ที่เก็บของ ความเป็นส่วนตัว การดูแลรักษา และช่วงเวลาที่ต้องรู้สึกชัดเจนหรือสบาย
เราทดสอบเฟอร์นิเจอร์ ทางสัญจร พื้นที่เปลี่ยนผ่าน จุดนำสายตา และความสัมพันธ์ของห้อง เพื่อให้งานออกแบบภายในมีลำดับที่ชัดเจน
แสง สัดส่วน ทิศทางวัสดุ สี ผิวสัมผัส และความสบายทางเสียง ต้องพัฒนาไปด้วยกัน ไม่ใช่เรื่องตกแต่งที่แยกออกจากผัง
งานบิลต์อิน วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ แสง ตารางประกอบ และแบบ ช่วยส่งต่อเจตนาของงานออกแบบภายในให้ทีมโครงการอ่านต่อได้ชัดเจน
วิธีที่ผู้คนอยู่ในห้องเป็นสิ่งที่ทดสอบงานออกแบบภายใน พื้นที่ต้องรองรับสิ่งที่ผู้คนทำ ให้เหตุผลที่อยากอยู่ต่อ และทำให้การเลือกวัสดุรู้สึกตั้งใจเมื่อมองหรือสัมผัสใกล้ๆ
ส่วนนี้มองไปที่ช่วงเวลาที่ทำให้งานออกแบบภายในอ่านได้ชัด ทั้งการอยู่ต่อ การพบกัน และการสัมผัสพื้นที่



อินทีเรียที่ดีให้เหตุผลกับผู้คนในการอยู่ต่อ เราจัดสัดส่วน ที่นั่ง แสง และบรรยากาศของวัสดุ เพื่อให้ห้องรู้สึกนิ่งและลงตัว ไม่ใช่แค่วางของให้ครบ
อินทีเรียมักรองรับบทสนทนา การบริการ การประชุม หรือกิจวัตรของครอบครัว เราจัดเฟอร์นิเจอร์ ทางสัญจร และจุดนำสายตา เพื่อให้ผู้คนพบกันได้โดยที่ห้องยังอ่านง่าย

คุณภาพของอินทีเรียอยู่ในพื้นผิวและขอบต่อ งานบิลต์อิน มือจับ ผ้า หิน ไม้ แสง และเงา ต้องรองรับความคิดเดียวกันในระดับที่มือสัมผัสได้