Blog Banner Image
Author Name
Too Architects
Date
August 21, 2026

6. ข้อกำหนดเรื่องความปลอดภัยของไซต์งานก่อสร้าง

การก่อสร้างเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ไม่เพียงแต่ต่อผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลภายนอกและทรัพย์สินบริเวณใกล้เคียงด้วย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ กฎหมายจึงได้กำหนด มาตรการด้านความปลอดภัยของไซต์งานก่อสร้าง ไว้อย่างเข้มงวด การปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินโครงการให้สำเร็จลุล่วงอย่างปลอดภัยและไร้ปัญหา

6.1 ความสำคัญและวัตถุประสงค์ของมาตรการความปลอดภัยในไซต์งาน

มาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:

  • คุ้มครองชีวิตและสุขภาพของคนงาน: ป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน เช่น การพลัดตก, วัตถุตกใส่, ถูกเครื่องจักรหนีบ
  • ป้องกันความเสียหายต่อบุคคลภายนอก: สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมา หรือผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงไซต์งาน
  • รักษาทรัพย์สิน: ป้องกันความเสียหายต่ออาคารที่ก่อสร้าง, อุปกรณ์, และทรัพย์สินของเพื่อนบ้าน
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย: เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย และหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมาย
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดี: แสดงถึงความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพของผู้ประกอบการ

6.2 กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างครอบคลุมหลายกฎหมาย ดังนี้:

6.2.1 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวง

  • การแจ้งเริ่มงานก่อสร้าง (และติดป้าย): เมื่อได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว ผู้รับเหมาต้อง แจ้งวันเริ่มงาน และ ติดป้ายแสดงใบอนุญาตก่อสร้าง รวมถึงป้ายเตือนความปลอดภัยให้ชัดเจนบริเวณไซต์งาน
  • การจัดให้มีรั้ว/แนวป้องกัน: ต้องจัดให้มีรั้วกั้นรอบบริเวณก่อสร้าง และมีประตูทางเข้า-ออกที่ชัดเจน เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การป้องกันวัตถุร่วงหล่น: ต้องมีตาข่ายคลุมอาคาร, แผงกันของตก, หรือมาตรการอื่น ๆ เพื่อป้องกันเศษวัสดุหรือเครื่องมือตกหล่นลงสู่พื้นที่สาธารณะหรือทรัพย์สินข้างเคียง
  • การจัดการฝุ่นและเสียง: ต้องมีมาตรการควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง (เช่น การฉีดพรมน้ำ) และควบคุมระดับเสียงไม่ให้เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด เพื่อไม่ให้รบกวนชุมชนใกล้เคียง
  • การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและประปา: ระบบไฟฟ้าและประปาชั่วคราวในไซต์งานต้องได้รับการติดตั้งอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน
  • ความมั่นคงแข็งแรงของนั่งร้านและโครงสร้างชั่วคราว: ต้องมีการออกแบบและติดตั้งนั่งร้าน, ค้ำยัน, หรือโครงสร้างชั่วคราวอื่น ๆ ให้มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยตามหลักวิศวกรรม

6.2.2 กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (ภายใต้กระทรวงแรงงาน)

กฎหมายฉบับนี้มีข้อกำหนดที่ละเอียดและเข้มงวดสำหรับการทำงานก่อสร้าง โดยเน้นที่ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานโดยตรง:

  • การจัดทำแผนความปลอดภัย: นายจ้าง (ผู้รับเหมา) ต้องจัดทำแผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • การจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE): เช่น หมวกนิรภัย, รองเท้านิรภัย, ถุงมือ, แว่นตา, เข็มขัดนิรภัย คนงานทุกคนต้องสวมใส่ PPE ที่เหมาะสมกับประเภทงาน
  • การฝึกอบรมความปลอดภัย: จัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานให้กับลูกจ้าง
  • การตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักร/อุปกรณ์: เครื่องจักร, อุปกรณ์, และเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
  • การทำงานบนที่สูง: ต้องมีมาตรการป้องกันการตกจากที่สูง เช่น ราวกันตก, ตาข่ายนิรภัย, การใช้อุปกรณ์ป้องกันการตกส่วนบุคคล
  • การป้องกันอัคคีภัย: มีถังดับเพลิงและแผนฉุกเฉินในกรณีเกิดเพลิงไหม้
  • การปฐมพยาบาล: มีชุดปฐมพยาบาลและบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

6.3 การแจ้งเริ่มงานก่อสร้างและบทบาทของเจ้าหน้าที่

  • การแจ้งเริ่มงาน: หลังจากได้รับ ใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) แล้ว ผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้รับเหมามีหน้าที่ แจ้งวันเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยระบุวันที่จะเริ่มงานและผู้ควบคุมงาน
  • การติดป้าย: ต้องจัดให้มี ป้ายแสดงใบอนุญาตก่อสร้าง และ ป้ายเตือนความปลอดภัย ติดตั้งไว้ในที่ที่เห็นได้ง่ายบริเวณไซต์งาน
  • การตรวจสอบของเจ้าพนักงาน: เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเข้ามาตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างได้ทุกเมื่อ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการความปลอดภัยอย่างถูกต้อง

6.4 ผลกระทบต่อชุมชนและมาตรการป้องกัน

ไซต์งานก่อสร้างมักสร้างผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง การมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาและข้อร้องเรียน:

  • เสียงดัง: ควบคุมเวลาทำงาน, ใช้อุปกรณ์ลดเสียง, หรือสร้างรั้ว/แผงกั้นเสียงชั่วคราว
  • ฝุ่นละออง: พรมน้ำ, ใช้ตาข่ายกรองฝุ่น, คลุมกองวัสดุ
  • เศษวัสดุ/ขยะ: จัดการเศษวัสดุอย่างเป็นระบบ, ขนย้ายอย่างสม่ำเสมอ, ป้องกันการล่วงหล่น
  • การจราจร: วางแผนการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ไม่ให้กระทบการจราจร, จัดคนโบกรถ
  • การรบกวนเพื่อนบ้าน: แจ้งเพื่อนบ้านล่วงหน้าหากมีกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดเสียงดัง หรือมีผลกระทบชั่วคราว

6.5 บทลงโทษจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย

การละเลยมาตรการความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างมีบทลงโทษที่รุนแรง ดังนี้:

  • ตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร:
    • ปรับ: มีโทษปรับเป็นรายวัน หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
    • สั่งระงับการก่อสร้าง: หากพบว่าการก่อสร้างไม่ปลอดภัย หรือผิดกฎหมาย เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งระงับการก่อสร้างได้ทันที จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง
    • จำคุก: ในกรณีที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • ตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน:
    • ปรับ: นายจ้างอาจถูกปรับจากการไม่จัดหาสวัสดิการ, อุปกรณ์ความปลอดภัย, หรือการฝึกอบรม
    • จำคุก: ในกรณีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกจ้างหรือผู้อื่น

6.6 สถานการณ์ตัวอย่าง: เรื่องเล่าจากทางเท้าของ "คุณจ๋า" กับสองไซต์ก่อสร้างที่แตกต่าง

  • คุณจ๋า: พนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินผ่านเส้นทางเดิมทุกวันเพื่อไปทำงาน
  • ไซต์ A - "ช่างสมชาย รับเหมาทั่วไป": ผู้รับเหมาที่กำลังก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เน้นความรวดเร็วและประหยัดงบ
  • ไซต์ B - "บริษัท โปรเฟสชันนอล คอนสตรัคชั่น จำกัด": ผู้รับเหมาที่กำลังก่อสร้างสำนักงานขนาดเล็ก มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ

การสังเกตการณ์ของ "คุณจ๋า"

บนเส้นทางไปทำงานของคุณจ๋า มีโครงการก่อสร้างใหม่เกิดขึ้นพร้อมกันสองแห่งในซอยเดียวกัน แต่สิ่งที่เธอสังเกตเห็นในทุกๆ วันนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ณ ไซต์ A ของ "ช่างสมชาย" คุณจ๋าพบว่า:

  • รั้วรอบโครงการ เป็นเพียงสังกะสีเก่าๆ ที่กั้นไว้หลวมๆ บางจุดก็มีช่องว่างที่คนสามารถเดินเข้าไปได้
  • ไม่มีป้ายโครงการ หรือ ป้ายแสดงใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) ติดไว้ให้เห็น ทำให้ไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
  • อาคารที่กำลังก่อสร้างไม่มี ตาข่ายกันฝุ่นหรือแผงกันของตก ทำให้เวลาเดินผ่าน คุณจ๋าต้องคอยระแวงว่าจะมีเศษปูนหรือเครื่องมือตกลงมา
  • คนงานส่วนใหญ่ใส่ชุดลำลอง บางคนใส่รองเท้าแตะ และแทบไม่มีใครสวม หมวกนิรภัย (Helmet)
  • เมื่อมองขึ้นไปชั้นบน เห็นคนงานทำงานบนนั่งร้านโดยไม่มีการสวม เข็มขัดนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกใดๆ เลย

ในขณะที่ ไซต์ B ของ "บริษัท โปรเฟสชันนอลฯ" นั้น:

  • มี รั้วกั้นรอบบริเวณก่อสร้าง ที่แข็งแรงและปิดมิดชิด มีประตูเข้า-ออกชัดเจน
  • ด้านหน้าโครงการมี ป้ายขนาดใหญ่ แสดงรายละเอียดโครงการ, ชื่อผู้รับเหมา, เบอร์ติดต่อ และที่สำคัญคือมี สำเนาใบอนุญาตก่อสร้าง ติดไว้ให้เห็นอย่างเปิดเผย
  • ตัวอาคารถูกคลุมด้วย ตาข่ายนิรภัยสีเขียว อย่างเรียบร้อย ทำให้คุณจ๋ารู้สึกปลอดภัยเวลาเดินผ่าน
  • คนงานทุกคนสวมใส่ชุดยูนิฟอร์ม, หมวกนิรภัย และ รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) อย่างพร้อมเพรียง
  • มองขึ้นไปเห็นคนงานที่ทำงานบนที่สูงทุกคนมีการใช้ เข็มขัดนิรภัย คล้องกับโครงสร้างอย่างถูกต้องตามหลักความปลอดภัย

จุดเปลี่ยนและผลลัพธ์ที่แตกต่าง

วันหนึ่ง เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นที่ไซต์ A ของช่างสมชาย เมื่อเศษอิฐก้อนหนึ่งตกลงมาจากชั้นสอง เฉียดศีรษะคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างไปเพียงนิดเดียว เรื่องนี้กลายเป็นข่าวร้องเรียนไปยังสำนักงานเขต

ไม่กี่วันต่อมา เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้เข้ามาตรวจสอบไซต์ A และพบการละเลยมาตรการความปลอดภัยหลายกระทง ทั้งในส่วนของ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร (ความปลอดภัยของสาธารณะ) และ กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน (ความปลอดภัยของคนงาน)

  • ผลลัพธ์ของไซต์ A: ช่างสมชายได้รับ คำสั่งระงับการก่อสร้าง ทันที และถูกสั่งปรับเป็นรายวันจนกว่าจะแก้ไขมาตรการความปลอดภัยทั้งหมดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำรั้วใหม่, ติดตั้งตาข่าย, และจัดหาอุปกรณ์ PPE ให้คนงาน ทำให้โครงการต้องหยุดชะงักและเกิดความล่าช้าอย่างมหาศาล
  • ผลลัพธ์ของไซต์ B: โครงการของบริษัท โปรเฟสชันนอลฯ ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นตามแผน และสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา โดยไม่มีอุบัติเหตุหรือข้อร้องเรียนใดๆ

บทสรุปจากสถานการณ์: เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนในมาตรการความปลอดภัยไม่ใช่ "ต้นทุน" ที่สูญเปล่า แต่เป็น "การลงทุน" ที่สำคัญที่สุดในการก่อสร้าง การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องชีวิตของคนงานและสาธารณชน แต่ยังช่วยป้องกันความล่าช้าและค่าปรับมหาศาล ทำให้โครงการสำเร็จลุล่วงได้อย่างมืออาชีพและยั่งยืน

6.7 บทสรุป

ความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างเป็นเรื่องที่ประนีประนอมไม่ได้ ผู้ประกอบการ, ผู้รับเหมา, และเจ้าของงานทุกคนมีส่วนรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การลงทุนในมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังเป็นการลงทุนที่สำคัญเพื่อให้โครงการของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น, ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย, และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

References

  • Building Control Act, B.E. 2522 (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522) and its relevant Ministerial Regulations.
  • Occupational Safety, Health and Environment Act, B.E. 2554 (พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554)

การก่อสร้างเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ไม่เพียงแต่ต่อผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลภายนอกและทรัพย์สินบริเวณใกล้เคียงด้วย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ กฎหมายจึงได้กำหนด มาตรการด้านความปลอดภัยของไซต์งานก่อสร้าง ไว้อย่างเข้มงวด การปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินโครงการให้สำเร็จลุล่วงอย่างปลอดภัยและไร้ปัญหา

6.1 ความสำคัญและวัตถุประสงค์ของมาตรการความปลอดภัยในไซต์งาน

มาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:

  • คุ้มครองชีวิตและสุขภาพของคนงาน: ป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน เช่น การพลัดตก, วัตถุตกใส่, ถูกเครื่องจักรหนีบ
  • ป้องกันความเสียหายต่อบุคคลภายนอก: สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมา หรือผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงไซต์งาน
  • รักษาทรัพย์สิน: ป้องกันความเสียหายต่ออาคารที่ก่อสร้าง, อุปกรณ์, และทรัพย์สินของเพื่อนบ้าน
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย: เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย และหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมาย
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดี: แสดงถึงความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพของผู้ประกอบการ

6.2 กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างครอบคลุมหลายกฎหมาย ดังนี้:

6.2.1 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวง

  • การแจ้งเริ่มงานก่อสร้าง (และติดป้าย): เมื่อได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้ว ผู้รับเหมาต้อง แจ้งวันเริ่มงาน และ ติดป้ายแสดงใบอนุญาตก่อสร้าง รวมถึงป้ายเตือนความปลอดภัยให้ชัดเจนบริเวณไซต์งาน
  • การจัดให้มีรั้ว/แนวป้องกัน: ต้องจัดให้มีรั้วกั้นรอบบริเวณก่อสร้าง และมีประตูทางเข้า-ออกที่ชัดเจน เพื่อป้องกันบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การป้องกันวัตถุร่วงหล่น: ต้องมีตาข่ายคลุมอาคาร, แผงกันของตก, หรือมาตรการอื่น ๆ เพื่อป้องกันเศษวัสดุหรือเครื่องมือตกหล่นลงสู่พื้นที่สาธารณะหรือทรัพย์สินข้างเคียง
  • การจัดการฝุ่นและเสียง: ต้องมีมาตรการควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง (เช่น การฉีดพรมน้ำ) และควบคุมระดับเสียงไม่ให้เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด เพื่อไม่ให้รบกวนชุมชนใกล้เคียง
  • การป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าและประปา: ระบบไฟฟ้าและประปาชั่วคราวในไซต์งานต้องได้รับการติดตั้งอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน
  • ความมั่นคงแข็งแรงของนั่งร้านและโครงสร้างชั่วคราว: ต้องมีการออกแบบและติดตั้งนั่งร้าน, ค้ำยัน, หรือโครงสร้างชั่วคราวอื่น ๆ ให้มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยตามหลักวิศวกรรม

6.2.2 กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (ภายใต้กระทรวงแรงงาน)

กฎหมายฉบับนี้มีข้อกำหนดที่ละเอียดและเข้มงวดสำหรับการทำงานก่อสร้าง โดยเน้นที่ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานโดยตรง:

  • การจัดทำแผนความปลอดภัย: นายจ้าง (ผู้รับเหมา) ต้องจัดทำแผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • การจัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE): เช่น หมวกนิรภัย, รองเท้านิรภัย, ถุงมือ, แว่นตา, เข็มขัดนิรภัย คนงานทุกคนต้องสวมใส่ PPE ที่เหมาะสมกับประเภทงาน
  • การฝึกอบรมความปลอดภัย: จัดให้มีการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานให้กับลูกจ้าง
  • การตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักร/อุปกรณ์: เครื่องจักร, อุปกรณ์, และเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้างต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
  • การทำงานบนที่สูง: ต้องมีมาตรการป้องกันการตกจากที่สูง เช่น ราวกันตก, ตาข่ายนิรภัย, การใช้อุปกรณ์ป้องกันการตกส่วนบุคคล
  • การป้องกันอัคคีภัย: มีถังดับเพลิงและแผนฉุกเฉินในกรณีเกิดเพลิงไหม้
  • การปฐมพยาบาล: มีชุดปฐมพยาบาลและบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

6.3 การแจ้งเริ่มงานก่อสร้างและบทบาทของเจ้าหน้าที่

  • การแจ้งเริ่มงาน: หลังจากได้รับ ใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) แล้ว ผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้รับเหมามีหน้าที่ แจ้งวันเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น โดยระบุวันที่จะเริ่มงานและผู้ควบคุมงาน
  • การติดป้าย: ต้องจัดให้มี ป้ายแสดงใบอนุญาตก่อสร้าง และ ป้ายเตือนความปลอดภัย ติดตั้งไว้ในที่ที่เห็นได้ง่ายบริเวณไซต์งาน
  • การตรวจสอบของเจ้าพนักงาน: เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจเข้ามาตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างได้ทุกเมื่อ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการความปลอดภัยอย่างถูกต้อง

6.4 ผลกระทบต่อชุมชนและมาตรการป้องกัน

ไซต์งานก่อสร้างมักสร้างผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง การมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาและข้อร้องเรียน:

  • เสียงดัง: ควบคุมเวลาทำงาน, ใช้อุปกรณ์ลดเสียง, หรือสร้างรั้ว/แผงกั้นเสียงชั่วคราว
  • ฝุ่นละออง: พรมน้ำ, ใช้ตาข่ายกรองฝุ่น, คลุมกองวัสดุ
  • เศษวัสดุ/ขยะ: จัดการเศษวัสดุอย่างเป็นระบบ, ขนย้ายอย่างสม่ำเสมอ, ป้องกันการล่วงหล่น
  • การจราจร: วางแผนการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ไม่ให้กระทบการจราจร, จัดคนโบกรถ
  • การรบกวนเพื่อนบ้าน: แจ้งเพื่อนบ้านล่วงหน้าหากมีกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดเสียงดัง หรือมีผลกระทบชั่วคราว

6.5 บทลงโทษจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย

การละเลยมาตรการความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างมีบทลงโทษที่รุนแรง ดังนี้:

  • ตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร:
    • ปรับ: มีโทษปรับเป็นรายวัน หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน
    • สั่งระงับการก่อสร้าง: หากพบว่าการก่อสร้างไม่ปลอดภัย หรือผิดกฎหมาย เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งระงับการก่อสร้างได้ทันที จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง
    • จำคุก: ในกรณีที่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
  • ตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน:
    • ปรับ: นายจ้างอาจถูกปรับจากการไม่จัดหาสวัสดิการ, อุปกรณ์ความปลอดภัย, หรือการฝึกอบรม
    • จำคุก: ในกรณีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกจ้างหรือผู้อื่น

6.6 สถานการณ์ตัวอย่าง: เรื่องเล่าจากทางเท้าของ "คุณจ๋า" กับสองไซต์ก่อสร้างที่แตกต่าง

  • คุณจ๋า: พนักงานออฟฟิศที่ต้องเดินผ่านเส้นทางเดิมทุกวันเพื่อไปทำงาน
  • ไซต์ A - "ช่างสมชาย รับเหมาทั่วไป": ผู้รับเหมาที่กำลังก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เน้นความรวดเร็วและประหยัดงบ
  • ไซต์ B - "บริษัท โปรเฟสชันนอล คอนสตรัคชั่น จำกัด": ผู้รับเหมาที่กำลังก่อสร้างสำนักงานขนาดเล็ก มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ

การสังเกตการณ์ของ "คุณจ๋า"

บนเส้นทางไปทำงานของคุณจ๋า มีโครงการก่อสร้างใหม่เกิดขึ้นพร้อมกันสองแห่งในซอยเดียวกัน แต่สิ่งที่เธอสังเกตเห็นในทุกๆ วันนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ณ ไซต์ A ของ "ช่างสมชาย" คุณจ๋าพบว่า:

  • รั้วรอบโครงการ เป็นเพียงสังกะสีเก่าๆ ที่กั้นไว้หลวมๆ บางจุดก็มีช่องว่างที่คนสามารถเดินเข้าไปได้
  • ไม่มีป้ายโครงการ หรือ ป้ายแสดงใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) ติดไว้ให้เห็น ทำให้ไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
  • อาคารที่กำลังก่อสร้างไม่มี ตาข่ายกันฝุ่นหรือแผงกันของตก ทำให้เวลาเดินผ่าน คุณจ๋าต้องคอยระแวงว่าจะมีเศษปูนหรือเครื่องมือตกลงมา
  • คนงานส่วนใหญ่ใส่ชุดลำลอง บางคนใส่รองเท้าแตะ และแทบไม่มีใครสวม หมวกนิรภัย (Helmet)
  • เมื่อมองขึ้นไปชั้นบน เห็นคนงานทำงานบนนั่งร้านโดยไม่มีการสวม เข็มขัดนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกใดๆ เลย

ในขณะที่ ไซต์ B ของ "บริษัท โปรเฟสชันนอลฯ" นั้น:

  • มี รั้วกั้นรอบบริเวณก่อสร้าง ที่แข็งแรงและปิดมิดชิด มีประตูเข้า-ออกชัดเจน
  • ด้านหน้าโครงการมี ป้ายขนาดใหญ่ แสดงรายละเอียดโครงการ, ชื่อผู้รับเหมา, เบอร์ติดต่อ และที่สำคัญคือมี สำเนาใบอนุญาตก่อสร้าง ติดไว้ให้เห็นอย่างเปิดเผย
  • ตัวอาคารถูกคลุมด้วย ตาข่ายนิรภัยสีเขียว อย่างเรียบร้อย ทำให้คุณจ๋ารู้สึกปลอดภัยเวลาเดินผ่าน
  • คนงานทุกคนสวมใส่ชุดยูนิฟอร์ม, หมวกนิรภัย และ รองเท้านิรภัย (Safety Shoes) อย่างพร้อมเพรียง
  • มองขึ้นไปเห็นคนงานที่ทำงานบนที่สูงทุกคนมีการใช้ เข็มขัดนิรภัย คล้องกับโครงสร้างอย่างถูกต้องตามหลักความปลอดภัย

จุดเปลี่ยนและผลลัพธ์ที่แตกต่าง

วันหนึ่ง เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นที่ไซต์ A ของช่างสมชาย เมื่อเศษอิฐก้อนหนึ่งตกลงมาจากชั้นสอง เฉียดศีรษะคนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างไปเพียงนิดเดียว เรื่องนี้กลายเป็นข่าวร้องเรียนไปยังสำนักงานเขต

ไม่กี่วันต่อมา เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้เข้ามาตรวจสอบไซต์ A และพบการละเลยมาตรการความปลอดภัยหลายกระทง ทั้งในส่วนของ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร (ความปลอดภัยของสาธารณะ) และ กฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน (ความปลอดภัยของคนงาน)

  • ผลลัพธ์ของไซต์ A: ช่างสมชายได้รับ คำสั่งระงับการก่อสร้าง ทันที และถูกสั่งปรับเป็นรายวันจนกว่าจะแก้ไขมาตรการความปลอดภัยทั้งหมดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำรั้วใหม่, ติดตั้งตาข่าย, และจัดหาอุปกรณ์ PPE ให้คนงาน ทำให้โครงการต้องหยุดชะงักและเกิดความล่าช้าอย่างมหาศาล
  • ผลลัพธ์ของไซต์ B: โครงการของบริษัท โปรเฟสชันนอลฯ ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นตามแผน และสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา โดยไม่มีอุบัติเหตุหรือข้อร้องเรียนใดๆ

บทสรุปจากสถานการณ์: เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนในมาตรการความปลอดภัยไม่ใช่ "ต้นทุน" ที่สูญเปล่า แต่เป็น "การลงทุน" ที่สำคัญที่สุดในการก่อสร้าง การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องชีวิตของคนงานและสาธารณชน แต่ยังช่วยป้องกันความล่าช้าและค่าปรับมหาศาล ทำให้โครงการสำเร็จลุล่วงได้อย่างมืออาชีพและยั่งยืน

6.7 บทสรุป

ความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้างเป็นเรื่องที่ประนีประนอมไม่ได้ ผู้ประกอบการ, ผู้รับเหมา, และเจ้าของงานทุกคนมีส่วนรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การลงทุนในมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังเป็นการลงทุนที่สำคัญเพื่อให้โครงการของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น, ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย, และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

References

  • Building Control Act, B.E. 2522 (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522) and its relevant Ministerial Regulations.
  • Occupational Safety, Health and Environment Act, B.E. 2554 (พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554)
//Get in touch

Discuss your project with our design team

( 02 )
Share the project type, site, and main objective. Too.architects will help review the starting direction and suitable scope before design begins.