Blog Banner Image
Author Name
Too Architects
Date
August 21, 2026

9. บทลงโทษและค่าปรับจากการฝ่าฝืน พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร

การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร โดยไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นเพียงการกระทำที่ผิดขั้นตอนเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการ ฝ่าฝืนกฎหมายที่มีบทลงโทษร้ายแรง ทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งอาจนำมาซึ่งค่าปรับจำนวนมหาศาล, การถูกสั่งระงับหรือรื้อถอนอาคาร, และแม้กระทั่งโทษจำคุก การทำความเข้าใจบทลงโทษเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาและดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

9.1 อำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

เจ้าพนักงานท้องถิ่น (นายกเทศมนตรี, นายก อบต., ผู้อำนวยการเขตใน กทม.) มีอำนาจตามกฎหมายควบคุมอาคารในการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน ดังนี้:

  • สั่งให้ระงับการกระทำ: หากพบว่ามีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่เป็นไปตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้หยุดดำเนินการทันที
  • สั่งให้แก้ไขหรือรื้อถอน: หากไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ เจ้าพนักงานอาจสั่งให้แก้ไขอาคารให้ถูกต้อง หรือสั่งให้รื้อถอนอาคารหรือส่วนที่ฝ่าฝืน
  • สั่งให้รื้อถอนอาคารที่ก่อให้เกิดภยันตราย: หากอาคารมีสภาพไม่ปลอดภัย หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ทันที
  • เปรียบเทียบปรับ: ในกรณีความผิดเล็กน้อย หรือกรณีที่สามารถแก้ไขได้ เจ้าพนักงานมีอำนาจในการเปรียบเทียบปรับตามที่กฎหมายกำหนด
  • แจ้งความดำเนินคดี: หากผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือกระทำความผิดที่มีโทษร้ายแรง เจ้าพนักงานจะแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

9.2 บทลงโทษทางอาญาและค่าปรับที่สำคัญ

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับผู้ฝ่าฝืนไว้หลายกรณี โดยมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ดังตัวอย่างความผิดที่พบบ่อย:

  • ความผิด: ก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร โดยไม่ได้รับอนุญาต (ฝ่าฝืน ม.21, ม.22, ม.32, ม.33)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.65): จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
  • ความผิด: ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน ที่สั่งให้ระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอน (ฝ่าฝืน ม.40, ม.41, ม.42, ม.43)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.66 ทวิ): จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ปรับอีกวันละไม่เกิน 30,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
  • ความผิด: ใช้อาคารที่ยังไม่ได้รับใบรับรอง (อ.6) สำหรับอาคารควบคุมการใช้ (ฝ่าฝืน ม.39 ทวิ)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.65 ทวิ): จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
  • ความผิด: ไม่แจ้งข้อมูลหรือยื่นเอกสาร ตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น ไม่แจ้งเริ่มงานตาม ม.39 ตรี)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.71): ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • ความผิด: ผู้ออกแบบหรือผู้ควบคุมงาน ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และกฎหมาย (ฝ่าฝืน ม.29, ม.30)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.68): จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อสังเกต: ค่าปรับรายวันในบางกรณีมีอัตราที่สูงมาก (สูงถึง 30,000 บาท/วัน) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่กฎหมายใช้บังคับให้ผู้ฝ่าฝืนต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด

9.3 แนวทางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย

การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดคือหนทางที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงบทลงโทษ:

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ว่าจ้างสถาปนิกและวิศวกรที่มีใบอนุญาตและประสบการณ์ เพื่อออกแบบและควบคุมงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนเริ่มงาน: ไม่ว่าจะเป็นการปลูกสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ต้องดำเนินการขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้เรียบร้อยก่อนเสมอ
  • ปฏิบัติตามแบบแปลนและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต: หากมีการแก้ไขแบบ ควรดำเนินการขออนุญาตดัดแปลงใหม่ให้ถูกต้องตามขั้นตอน
  • แจ้งการเริ่มงานและติดป้าย: ปฏิบัติตามข้อกำหนดการแจ้งเริ่มงานและติดป้าย ณ บริเวณก่อสร้าง
  • ควบคุมงานอย่างสม่ำเสมอ: เจ้าของงานควรมีการตรวจสอบความคืบหน้าและปัญหาในไซต์งานอย่างสม่ำเสมอ หรือมอบหมายให้ผู้ควบคุมงาน (สถาปนิก/วิศวกร) ดำเนินการอย่างใกล้ชิด
  • ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน: หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งใดๆ ต้องปฏิบัติตามโดยทันทีและครบถ้วน

9.4 สถานการณ์ตัวอย่าง: "เฮียเส็ง" กับโกดังที่กลายเป็นฝันร้าย

  • เฮียเส็ง: เจ้าของธุรกิจ SME ที่ต้องการสร้างโกดังเก็บของอย่างรวดเร็ว เป็นคนใจร้อนและคิดว่า "เดี๋ยวค่อยจัดการเรื่องเอกสารทีหลัง"

จุดเริ่มต้น: การก่อสร้างโดยไม่ขออนุญาต (ฝ่าฝืน ม.21) เฮียเส็งซื้อที่ดินและอยากรีบสร้างโกดังเพื่อเก็บสต็อกสินค้าใหม่ เขาสั่งให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่และเริ่มก่อสร้างทันที โดยไม่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง เพราะคิดว่า "สร้างในที่ของเราเอง ไม่น่ามีปัญหา"
ไม่นานนัก เพื่อนบ้านก็ร้องเรียนเรื่องเสียงดังและฝุ่นไปยังเทศบาล เจ้าหน้าที่จึงเข้ามาตรวจสอบและพบว่าโกดังของเฮียเส็งนั้นเป็นการก่อสร้างที่ไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงออก คำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง ทันที

จุดเปลี่ยน: การฝ่าฝืนคำสั่ง (ฝ่าฝืน ม.40) หลังจากเจ้าหน้าที่กลับไป เฮียเส็งรู้สึกเสียดายเงินและเวลา เขาจึงแอบสั่งให้คนงานเข้าไปทำงานต่อในช่วงกลางคืนและวันหยุด โดยคิดว่า "อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว ไม่มีใครรู้หรอก"
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่กลับมาตรวจสอบอีกครั้ง ก็พบว่าการก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป เฮียเส็งจึงมีความผิดฐาน ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกระทง

จุดจบ: หายนะทางการเงินและกฎหมาย เรื่องราวทั้งหมดนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย และนี่คือสิ่งที่เฮียเส็งต้องเผชิญ:

  1. ค่าปรับก้อนโต: เขาถูกดำเนินคดีและต้องชำระค่าปรับหลายรายการ
    • ค่าปรับฐานก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาต (สูงสุด 60,000 บาท) พร้อม ค่าปรับรายวันอีกวันละ 10,000 บาท นับตั้งแต่วันที่เริ่มก่อสร้างจนถึงวันที่หยุดจริง
    • ค่าปรับฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน (สูงสุด 100,000 บาท) พร้อม ค่าปรับรายวันที่หนักที่สุดอีกวันละ 30,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งแต่ยังแอบทำต่อ
  2. คำสั่งรื้อถอน: เนื่องจากโกดังถูกสร้างขึ้นโดยไม่ผ่านการตรวจสอบแบบและไม่มีใบอนุญาต จึงถือว่าเป็นอาคารที่ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย เทศบาลจึงออก คำสั่งให้รื้อถอนอาคารทั้งหมด โดยเฮียเส็งต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

บทสรุปจากสถานการณ์: ความใจร้อนและความคิดที่ว่า "เดี๋ยวค่อยทำ" ของเฮียเส็ง ได้เปลี่ยนโกดังในฝันให้กลายเป็นฝันร้ายทางการเงิน เขาไม่เพียงแต่สูญเสียเงินค่าก่อสร้างทั้งหมด แต่ยังต้องเผชิญกับค่าปรับมหาศาลและค่ารื้อถอนอีกด้วย เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่า การปฏิบัติตามกฎหมายและขออนุญาตให้ถูกต้องตั้งแต่แรก คือเส้นทางที่ "ประหยัดและรวดเร็ว" ที่สุดในการก่อสร้างอย่างแท้จริง

9.5 บทสรุป

บทลงโทษที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นมีความเด็ดขาดและครอบคลุม ทั้งโทษปรับ, โทษจำคุก, และอำนาจในการสั่งรื้อถอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ค่าปรับรายวัน" ที่สามารถสะสมจนกลายเป็นภาระทางการเงินมหาศาล คือเครื่องมือที่กฎหมายใช้เพื่อบังคับให้ผู้ฝ่าฝืนต้องหยุดและแก้ไขการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยเร็วที่สุด ดังนั้น การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่เพียงการหลีกเลี่ยงบทลงโทษ แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด เพื่อปกป้องมูลค่าของโครงการและอนาคตการลงทุนของคุณ

References

  • Building Control Act, B.E. 2522 (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522) and its subsequent amendments.

การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร โดยไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นเพียงการกระทำที่ผิดขั้นตอนเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการ ฝ่าฝืนกฎหมายที่มีบทลงโทษร้ายแรง ทั้งในทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งอาจนำมาซึ่งค่าปรับจำนวนมหาศาล, การถูกสั่งระงับหรือรื้อถอนอาคาร, และแม้กระทั่งโทษจำคุก การทำความเข้าใจบทลงโทษเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาและดำเนินงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

9.1 อำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

เจ้าพนักงานท้องถิ่น (นายกเทศมนตรี, นายก อบต., ผู้อำนวยการเขตใน กทม.) มีอำนาจตามกฎหมายควบคุมอาคารในการดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน ดังนี้:

  • สั่งให้ระงับการกระทำ: หากพบว่ามีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่เป็นไปตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้หยุดดำเนินการทันที
  • สั่งให้แก้ไขหรือรื้อถอน: หากไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ เจ้าพนักงานอาจสั่งให้แก้ไขอาคารให้ถูกต้อง หรือสั่งให้รื้อถอนอาคารหรือส่วนที่ฝ่าฝืน
  • สั่งให้รื้อถอนอาคารที่ก่อให้เกิดภยันตราย: หากอาคารมีสภาพไม่ปลอดภัย หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ทันที
  • เปรียบเทียบปรับ: ในกรณีความผิดเล็กน้อย หรือกรณีที่สามารถแก้ไขได้ เจ้าพนักงานมีอำนาจในการเปรียบเทียบปรับตามที่กฎหมายกำหนด
  • แจ้งความดำเนินคดี: หากผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือกระทำความผิดที่มีโทษร้ายแรง เจ้าพนักงานจะแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

9.2 บทลงโทษทางอาญาและค่าปรับที่สำคัญ

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับผู้ฝ่าฝืนไว้หลายกรณี โดยมีโทษทั้งจำคุกและปรับ ดังตัวอย่างความผิดที่พบบ่อย:

  • ความผิด: ก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร โดยไม่ได้รับอนุญาต (ฝ่าฝืน ม.21, ม.22, ม.32, ม.33)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.65): จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
  • ความผิด: ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงาน ที่สั่งให้ระงับการก่อสร้างหรือรื้อถอน (ฝ่าฝืน ม.40, ม.41, ม.42, ม.43)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.66 ทวิ): จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ปรับอีกวันละไม่เกิน 30,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
  • ความผิด: ใช้อาคารที่ยังไม่ได้รับใบรับรอง (อ.6) สำหรับอาคารควบคุมการใช้ (ฝ่าฝืน ม.39 ทวิ)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.65 ทวิ): จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
  • ความผิด: ไม่แจ้งข้อมูลหรือยื่นเอกสาร ตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น ไม่แจ้งเริ่มงานตาม ม.39 ตรี)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.71): ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • ความผิด: ผู้ออกแบบหรือผู้ควบคุมงาน ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และกฎหมาย (ฝ่าฝืน ม.29, ม.30)
    • บทลงโทษ (ตาม ม.68): จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อสังเกต: ค่าปรับรายวันในบางกรณีมีอัตราที่สูงมาก (สูงถึง 30,000 บาท/วัน) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่กฎหมายใช้บังคับให้ผู้ฝ่าฝืนต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด

9.3 แนวทางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย

การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดคือหนทางที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงบทลงโทษ:

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ว่าจ้างสถาปนิกและวิศวกรที่มีใบอนุญาตและประสบการณ์ เพื่อออกแบบและควบคุมงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนเริ่มงาน: ไม่ว่าจะเป็นการปลูกสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ต้องดำเนินการขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้เรียบร้อยก่อนเสมอ
  • ปฏิบัติตามแบบแปลนและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต: หากมีการแก้ไขแบบ ควรดำเนินการขออนุญาตดัดแปลงใหม่ให้ถูกต้องตามขั้นตอน
  • แจ้งการเริ่มงานและติดป้าย: ปฏิบัติตามข้อกำหนดการแจ้งเริ่มงานและติดป้าย ณ บริเวณก่อสร้าง
  • ควบคุมงานอย่างสม่ำเสมอ: เจ้าของงานควรมีการตรวจสอบความคืบหน้าและปัญหาในไซต์งานอย่างสม่ำเสมอ หรือมอบหมายให้ผู้ควบคุมงาน (สถาปนิก/วิศวกร) ดำเนินการอย่างใกล้ชิด
  • ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน: หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งใดๆ ต้องปฏิบัติตามโดยทันทีและครบถ้วน

9.4 สถานการณ์ตัวอย่าง: "เฮียเส็ง" กับโกดังที่กลายเป็นฝันร้าย

  • เฮียเส็ง: เจ้าของธุรกิจ SME ที่ต้องการสร้างโกดังเก็บของอย่างรวดเร็ว เป็นคนใจร้อนและคิดว่า "เดี๋ยวค่อยจัดการเรื่องเอกสารทีหลัง"

จุดเริ่มต้น: การก่อสร้างโดยไม่ขออนุญาต (ฝ่าฝืน ม.21) เฮียเส็งซื้อที่ดินและอยากรีบสร้างโกดังเพื่อเก็บสต็อกสินค้าใหม่ เขาสั่งให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่และเริ่มก่อสร้างทันที โดยไม่ได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง เพราะคิดว่า "สร้างในที่ของเราเอง ไม่น่ามีปัญหา"
ไม่นานนัก เพื่อนบ้านก็ร้องเรียนเรื่องเสียงดังและฝุ่นไปยังเทศบาล เจ้าหน้าที่จึงเข้ามาตรวจสอบและพบว่าโกดังของเฮียเส็งนั้นเป็นการก่อสร้างที่ไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงออก คำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง ทันที

จุดเปลี่ยน: การฝ่าฝืนคำสั่ง (ฝ่าฝืน ม.40) หลังจากเจ้าหน้าที่กลับไป เฮียเส็งรู้สึกเสียดายเงินและเวลา เขาจึงแอบสั่งให้คนงานเข้าไปทำงานต่อในช่วงกลางคืนและวันหยุด โดยคิดว่า "อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว ไม่มีใครรู้หรอก"
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่กลับมาตรวจสอบอีกครั้ง ก็พบว่าการก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป เฮียเส็งจึงมีความผิดฐาน ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งกระทง

จุดจบ: หายนะทางการเงินและกฎหมาย เรื่องราวทั้งหมดนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมาย และนี่คือสิ่งที่เฮียเส็งต้องเผชิญ:

  1. ค่าปรับก้อนโต: เขาถูกดำเนินคดีและต้องชำระค่าปรับหลายรายการ
    • ค่าปรับฐานก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาต (สูงสุด 60,000 บาท) พร้อม ค่าปรับรายวันอีกวันละ 10,000 บาท นับตั้งแต่วันที่เริ่มก่อสร้างจนถึงวันที่หยุดจริง
    • ค่าปรับฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน (สูงสุด 100,000 บาท) พร้อม ค่าปรับรายวันที่หนักที่สุดอีกวันละ 30,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่งแต่ยังแอบทำต่อ
  2. คำสั่งรื้อถอน: เนื่องจากโกดังถูกสร้างขึ้นโดยไม่ผ่านการตรวจสอบแบบและไม่มีใบอนุญาต จึงถือว่าเป็นอาคารที่ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมาย เทศบาลจึงออก คำสั่งให้รื้อถอนอาคารทั้งหมด โดยเฮียเส็งต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

บทสรุปจากสถานการณ์: ความใจร้อนและความคิดที่ว่า "เดี๋ยวค่อยทำ" ของเฮียเส็ง ได้เปลี่ยนโกดังในฝันให้กลายเป็นฝันร้ายทางการเงิน เขาไม่เพียงแต่สูญเสียเงินค่าก่อสร้างทั้งหมด แต่ยังต้องเผชิญกับค่าปรับมหาศาลและค่ารื้อถอนอีกด้วย เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่า การปฏิบัติตามกฎหมายและขออนุญาตให้ถูกต้องตั้งแต่แรก คือเส้นทางที่ "ประหยัดและรวดเร็ว" ที่สุดในการก่อสร้างอย่างแท้จริง

9.5 บทสรุป

บทลงโทษที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นมีความเด็ดขาดและครอบคลุม ทั้งโทษปรับ, โทษจำคุก, และอำนาจในการสั่งรื้อถอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ค่าปรับรายวัน" ที่สามารถสะสมจนกลายเป็นภาระทางการเงินมหาศาล คือเครื่องมือที่กฎหมายใช้เพื่อบังคับให้ผู้ฝ่าฝืนต้องหยุดและแก้ไขการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยเร็วที่สุด ดังนั้น การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาตั้งแต่ต้น จึงไม่ใช่เพียงการหลีกเลี่ยงบทลงโทษ แต่คือการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด เพื่อปกป้องมูลค่าของโครงการและอนาคตการลงทุนของคุณ

References

  • Building Control Act, B.E. 2522 (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522) and its subsequent amendments.
//Get in touch

Discuss your project with our design team

( 02 )
Share the project type, site, and main objective. Too.architects will help review the starting direction and suitable scope before design begins.