Blog Banner Image
Author Name
Too Architects
Date
August 21, 2026

EIA และอาคารที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือโครงการที่มีลักษณะพิเศษ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารเท่านั้น แต่ยังมีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ นั่นคือการจัดทำ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment - EIA) EIA คือกระบวนการศึกษาและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ ทั้งในทางบวกและทางลบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม, คุณภาพชีวิต, และสุขอนามัยของชุมชน การละเลยการทำ EIA อาจทำให้โครงการไม่ได้รับอนุญาต หรือถูกระงับการก่อสร้างได้

1. ทำความรู้จัก EIA: หัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน

EIA ย่อมาจาก Environmental Impact Assessment คือ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินผลกระทบของโครงการหรือกิจการที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ครอบคลุมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน, น้ำ, อากาศ, ป่าไม้, สัตว์ป่า), คุณภาพสิ่งแวดล้อม (มลพิษ, ของเสีย), สังคม, เศรษฐกิจ, และสุขอนามัยของประชาชน โดยมีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นประกอบอยู่ด้วย

วัตถุประสงค์หลักของการทำ EIA:

  • ป้องกันและลดผลกระทบ: ระบุและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน ลด หรือแก้ไขผลกระทบ
  • เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: เป็นข้อมูลสำคัญให้หน่วยงานภาครัฐใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตโครงการ
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน: เปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบได้แสดงความคิดเห็น
  • สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน: ทำให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้อย่างสมดุล

2. ประเภทโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำ EIA

กฎหมายได้กำหนดประเภทและขนาดของโครงการ หรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงาน EIA อย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ หรือมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง ซึ่งครอบคลุมหลายภาคส่วน รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และอาคาร ดังนี้:

  • อาคารชุด (คอนโดมิเนียม):
    • อาคารชุดที่มีจำนวนห้องตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
    • อาคารชุดที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โรงแรมหรือรีสอร์ท:
    • โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
    • โรงแรมที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โรงพยาบาล:
    • โรงพยาบาลที่มีจำนวนเตียงตั้งแต่ 30 เตียงขึ้นไป
    • โรงพยาบาลที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • อาคารที่อยู่อาศัยรวม (หอพัก/อพาร์ตเมนต์) ที่มีจำนวนห้องตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
  • อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงาน:
    • อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงาน ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการพักอาศัย:
    • การจัดสรรที่ดินที่มีจำนวนแปลงตั้งแต่ 500 แปลงขึ้นไป
    • การจัดสรรที่ดินที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป
  • ศูนย์การค้า, ห้างสรรพสินค้า:
    • ศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้า ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โรงงานอุตสาหกรรม: มีการกำหนดประเภทและขนาดของโรงงานที่ต้องทำ EIA อย่างละเอียดตามประเภทกิจการและกำลังการผลิต
  • โครงการโครงสร้างพื้นฐาน: เช่น ถนน, ทางพิเศษ, เขื่อน, ท่าเรือ, สนามบิน

ข้อสังเกต: รายละเอียดและขนาดที่เข้าข่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับล่าสุด ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลที่อัปเดตที่สุดเสมอ

3. หน่วยงานที่รับผิดชอบและขั้นตอนการจัดทำ EIA

การจัดทำ EIA เป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายส่วน:

3.1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.): เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณารายงาน EIA ของโครงการส่วนใหญ่
  • คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก. EIA): คณะกรรมการที่ สผ. แต่งตั้งขึ้นมาพิจารณารายงานเฉพาะด้าน
  • หน่วยงานอนุญาตโครงการ: เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง, กรุงเทพมหานคร, เทศบาล, อบต. ซึ่งจะใช้ผลการอนุมัติ EIA ประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้าง

3.2 ขั้นตอนการจัดทำและพิจารณา EIA

  • ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา EIA ที่ได้รับอนุญาต: เจ้าของโครงการต้องว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีรายชื่อตามประกาศของ สผ.
  • ศึกษาและจัดทำรายงาน EIA: บริษัทที่ปรึกษาจะทำการศึกษาข้อมูล, วิเคราะห์ผลกระทบ, และจัดทำรายงานฉบับร่าง
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
  • ปรับปรุงรายงานและยื่นต่อ สผ.: นำข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงรายงานฉบับสมบูรณ์ และยื่นต่อ สผ.
  • การพิจารณาของ คชก. EIA: คชก. จะพิจารณารายงาน ใช้เวลาประมาณ 45-90 วันทำการ หากมีข้อสงสัยจะเรียกให้เจ้าของโครงการและที่ปรึกษาเข้าชี้แจงและแก้ไข
  • การอนุมัติรายงาน EIA: หากรายงานครบถ้วนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คชก. จะมีมติเห็นชอบ

แจ้งผลการพิจารณา: สผ. จะแจ้งผลการพิจารณาไปยังเจ้าของโครงการและหน่วยงานอนุญาต

4. ระยะเวลาการพิจารณาและข้อควรระวัง

ระยะเวลาพิจารณา: โดยทั่วไป การพิจารณารายงาน EIA อาจใช้เวลาตั้งแต่ 45 วัน ถึง 90 วันทำการ นับตั้งแต่ สผ. ได้รับเอกสารครบถ้วน แต่ในทางปฏิบัติ อาจใช้เวลานานกว่านั้นมาก (หลายเดือนถึงเป็นปี) หากมีข้อแก้ไข, โครงการซับซ้อน, หรือมีข้อโต้แย้งจากชุมชน

ข้อควรระวัง:

  • เริ่มดำเนินการแต่เนิ่นๆ: ควรเริ่มดำเนินการจัดทำ EIA ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของโครงการ (Phase Pre-Design) เพราะกระบวนการใช้เวลานาน
  • การศึกษาข้อมูลที่ถูกต้อง: รายงานต้องมีความน่าเชื่อถือ และครอบคลุมผลกระทบอย่างแท้จริง
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: เป็นขั้นตอนที่สำคัญและละเอียดอ่อน ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและจริงใจ เพื่อลดความขัดแย้งในอนาคต
  • ผลการอนุมัติ EIA ไม่ใช่ใบอนุญาตก่อสร้าง: การได้รับอนุมัติ EIA เป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งที่จำเป็น แต่ยังต้องนำผลอนุมัตินั้นไปยื่นประกอบการขออนุญาตก่อสร้างกับหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป
  • เงื่อนไขแนบท้าย EIA: เมื่อได้รับอนุมัติ EIA จะมีเงื่อนไขแนบท้ายที่เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดอายุโครงการ

5. ความเชื่อมโยงกับการขออนุญาตก่อสร้าง

รายงาน EIA ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ถือเป็น เอกสารประกอบที่สำคัญที่สุด ในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างสำหรับโครงการที่เข้าข่ายต้องทำ EIA หน่วยงานอนุญาต (เช่น สำนักงานเขต, เทศบาล, อบต.) จะไม่พิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างให้ หากโครงการนั้นยังไม่ได้รับอนุมัติ EIA

ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง:

  • จัดทำและขออนุมัติรายงาน EIA ให้เรียบร้อย
  • เมื่อได้รับอนุมัติ EIA แล้ว จึงนำผลอนุมัตินั้นไปยื่นขออนุญาตก่อสร้าง (แบบ อ.1) พร้อมแบบแปลนและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

6. บทสรุป

การจัดทำรายงาน EIA คือกระบวนการสำคัญที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของผู้พัฒนาโครงการ การทำความเข้าใจประเภทโครงการที่เข้าข่าย, ขั้นตอนการดำเนินการ, และความเชื่อมโยงกับใบอนุญาตก่อสร้าง จะช่วยให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น, ถูกต้องตามกฎหมาย, และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

References

  • Enhancement and Conservation of National Environmental Quality Act, B.E. 2535 (พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535)
  • Building Control Act, B.E. 2522 (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522)
  • Announcements of the Ministry of Natural Resources and Environment regarding projects requiring an EIA (ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)

การพัฒนาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือโครงการที่มีลักษณะพิเศษ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การขออนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคารเท่านั้น แต่ยังมีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ นั่นคือการจัดทำ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment - EIA) EIA คือกระบวนการศึกษาและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ ทั้งในทางบวกและทางลบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม, คุณภาพชีวิต, และสุขอนามัยของชุมชน การละเลยการทำ EIA อาจทำให้โครงการไม่ได้รับอนุญาต หรือถูกระงับการก่อสร้างได้

1. ทำความรู้จัก EIA: หัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน

EIA ย่อมาจาก Environmental Impact Assessment คือ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เป็นการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินผลกระทบของโครงการหรือกิจการที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม ครอบคลุมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน, น้ำ, อากาศ, ป่าไม้, สัตว์ป่า), คุณภาพสิ่งแวดล้อม (มลพิษ, ของเสีย), สังคม, เศรษฐกิจ, และสุขอนามัยของประชาชน โดยมีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นประกอบอยู่ด้วย

วัตถุประสงค์หลักของการทำ EIA:

  • ป้องกันและลดผลกระทบ: ระบุและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน ลด หรือแก้ไขผลกระทบ
  • เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: เป็นข้อมูลสำคัญให้หน่วยงานภาครัฐใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตโครงการ
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน: เปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบได้แสดงความคิดเห็น
  • สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน: ทำให้โครงการสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้อย่างสมดุล

2. ประเภทโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำ EIA

กฎหมายได้กำหนดประเภทและขนาดของโครงการ หรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงาน EIA อย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ หรือมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง ซึ่งครอบคลุมหลายภาคส่วน รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์และอาคาร ดังนี้:

  • อาคารชุด (คอนโดมิเนียม):
    • อาคารชุดที่มีจำนวนห้องตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
    • อาคารชุดที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โรงแรมหรือรีสอร์ท:
    • โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
    • โรงแรมที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โรงพยาบาล:
    • โรงพยาบาลที่มีจำนวนเตียงตั้งแต่ 30 เตียงขึ้นไป
    • โรงพยาบาลที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • อาคารที่อยู่อาศัยรวม (หอพัก/อพาร์ตเมนต์) ที่มีจำนวนห้องตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
  • อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงาน:
    • อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงาน ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการพักอาศัย:
    • การจัดสรรที่ดินที่มีจำนวนแปลงตั้งแต่ 500 แปลงขึ้นไป
    • การจัดสรรที่ดินที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป
  • ศูนย์การค้า, ห้างสรรพสินค้า:
    • ศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้า ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
  • โรงงานอุตสาหกรรม: มีการกำหนดประเภทและขนาดของโรงงานที่ต้องทำ EIA อย่างละเอียดตามประเภทกิจการและกำลังการผลิต
  • โครงการโครงสร้างพื้นฐาน: เช่น ถนน, ทางพิเศษ, เขื่อน, ท่าเรือ, สนามบิน

ข้อสังเกต: รายละเอียดและขนาดที่เข้าข่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฉบับล่าสุด ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลที่อัปเดตที่สุดเสมอ

3. หน่วยงานที่รับผิดชอบและขั้นตอนการจัดทำ EIA

การจัดทำ EIA เป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายส่วน:

3.1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.): เป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณารายงาน EIA ของโครงการส่วนใหญ่
  • คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก. EIA): คณะกรรมการที่ สผ. แต่งตั้งขึ้นมาพิจารณารายงานเฉพาะด้าน
  • หน่วยงานอนุญาตโครงการ: เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง, กรุงเทพมหานคร, เทศบาล, อบต. ซึ่งจะใช้ผลการอนุมัติ EIA ประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้าง

3.2 ขั้นตอนการจัดทำและพิจารณา EIA

  • ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา EIA ที่ได้รับอนุญาต: เจ้าของโครงการต้องว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีรายชื่อตามประกาศของ สผ.
  • ศึกษาและจัดทำรายงาน EIA: บริษัทที่ปรึกษาจะทำการศึกษาข้อมูล, วิเคราะห์ผลกระทบ, และจัดทำรายงานฉบับร่าง
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
  • ปรับปรุงรายงานและยื่นต่อ สผ.: นำข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงรายงานฉบับสมบูรณ์ และยื่นต่อ สผ.
  • การพิจารณาของ คชก. EIA: คชก. จะพิจารณารายงาน ใช้เวลาประมาณ 45-90 วันทำการ หากมีข้อสงสัยจะเรียกให้เจ้าของโครงการและที่ปรึกษาเข้าชี้แจงและแก้ไข
  • การอนุมัติรายงาน EIA: หากรายงานครบถ้วนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คชก. จะมีมติเห็นชอบ

แจ้งผลการพิจารณา: สผ. จะแจ้งผลการพิจารณาไปยังเจ้าของโครงการและหน่วยงานอนุญาต

4. ระยะเวลาการพิจารณาและข้อควรระวัง

ระยะเวลาพิจารณา: โดยทั่วไป การพิจารณารายงาน EIA อาจใช้เวลาตั้งแต่ 45 วัน ถึง 90 วันทำการ นับตั้งแต่ สผ. ได้รับเอกสารครบถ้วน แต่ในทางปฏิบัติ อาจใช้เวลานานกว่านั้นมาก (หลายเดือนถึงเป็นปี) หากมีข้อแก้ไข, โครงการซับซ้อน, หรือมีข้อโต้แย้งจากชุมชน

ข้อควรระวัง:

  • เริ่มดำเนินการแต่เนิ่นๆ: ควรเริ่มดำเนินการจัดทำ EIA ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของโครงการ (Phase Pre-Design) เพราะกระบวนการใช้เวลานาน
  • การศึกษาข้อมูลที่ถูกต้อง: รายงานต้องมีความน่าเชื่อถือ และครอบคลุมผลกระทบอย่างแท้จริง
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: เป็นขั้นตอนที่สำคัญและละเอียดอ่อน ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและจริงใจ เพื่อลดความขัดแย้งในอนาคต
  • ผลการอนุมัติ EIA ไม่ใช่ใบอนุญาตก่อสร้าง: การได้รับอนุมัติ EIA เป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งที่จำเป็น แต่ยังต้องนำผลอนุมัตินั้นไปยื่นประกอบการขออนุญาตก่อสร้างกับหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป
  • เงื่อนไขแนบท้าย EIA: เมื่อได้รับอนุมัติ EIA จะมีเงื่อนไขแนบท้ายที่เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดอายุโครงการ

5. ความเชื่อมโยงกับการขออนุญาตก่อสร้าง

รายงาน EIA ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ถือเป็น เอกสารประกอบที่สำคัญที่สุด ในการยื่นขออนุญาตก่อสร้างสำหรับโครงการที่เข้าข่ายต้องทำ EIA หน่วยงานอนุญาต (เช่น สำนักงานเขต, เทศบาล, อบต.) จะไม่พิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างให้ หากโครงการนั้นยังไม่ได้รับอนุมัติ EIA

ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง:

  • จัดทำและขออนุมัติรายงาน EIA ให้เรียบร้อย
  • เมื่อได้รับอนุมัติ EIA แล้ว จึงนำผลอนุมัตินั้นไปยื่นขออนุญาตก่อสร้าง (แบบ อ.1) พร้อมแบบแปลนและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

6. บทสรุป

การจัดทำรายงาน EIA คือกระบวนการสำคัญที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของผู้พัฒนาโครงการ การทำความเข้าใจประเภทโครงการที่เข้าข่าย, ขั้นตอนการดำเนินการ, และความเชื่อมโยงกับใบอนุญาตก่อสร้าง จะช่วยให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น, ถูกต้องตามกฎหมาย, และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

References

  • Enhancement and Conservation of National Environmental Quality Act, B.E. 2535 (พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535)
  • Building Control Act, B.E. 2522 (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522)
  • Announcements of the Ministry of Natural Resources and Environment regarding projects requiring an EIA (ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)
//Get in touch

Discuss your project with our design team

( 02 )
Share the project type, site, and main objective. Too.architects will help review the starting direction and suitable scope before design begins.